รูปสมองงงงงต่างๆ

posted on 23 Jul 2009 19:31 by nupupies in knowledge

สมองอันงดงาม

 

 

                                          คงรู้แล้วล่ะ

 
 สมองคนง่ะ

โพสต์โดย Pupie

edit @ 23 Jul 2009 19:40:51 by Nupupies

edit @ 23 Jul 2009 19:41:28 by Nupupies

 

 

คำตอบที่ดีที่สุด

 

อาหารบำรุงสมอง/กินอะไรแล้วจะฉลาด

ตั้งแต่อดีตกาล มีการค้นคว้าหาอาหารที่จะกินแล้วทำให้สมองมีการทำงานได้มากขึ้น
พูดง่ายๆว่ากินแล้วให้เรียนเก่ง หรือจำได้มากขึ้นนั่นเอง


มีการค้นคว้ามากมายถึงอาหาร/สารอาหารหลายๆตัวในเรื่องนี้
เราจะมาดูกันว่า มันมีผลตามที่คุณคิดไว้หรือไม่

1. ซุบไก่สกัด
หลายๆคนคงเคยเห็น โฆษณาที่มีเด็ก มากินแล้วดูเหมือนเด็กจะฉลาดขึ้น
ก็ต้องบอกได้เลยครับว่ามันเป็นแค่โฆษณาเท่านั้น

สารอาหารในซุบไก่สกัดนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงโปรทีนที่ย่อย/หมักมาแล้ว
มันอาจจะมีประโยชน์บ้างในคนที่ระบบการย่อยอาหารไม่ปกติดี
แต่ในคนปกติแล้ว การกินซุบไก่สกัด ไม่ส่งผลประโยชน์อันใดค่ะ
เมื่อช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาอ้างว่า การกินซุบไก่สกัด
จะทำให้เกิดคลื่นในสมองชนิดหนึ่งมากขึ้น ซึ่งเจ้าคลื่นที่ว่านี้
ปกติเราจะเกิดเมื่อเรามีสมาธิ เขาเลยอ้างว่าการกินซุบไก่สกัดจะทำให้มีสมาธิมากขึ้น

แต่นั่นไม่ได้เกี่ยวกันเลยครับ การมีสมาธิมากทำให้เกิดคลื่นนี้ได้จริง
แต่ยังไม่มีใครที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการมีคลื่นนี้มากแล้วจะทำให้มีสมาธิมากขึ้นค่ะ
และการมีสมาธิมากขึ้น ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องฉลาดมากขึ้นด้วย
เช่น เด็กบางคนอาจจะมีสมาธิสูงมากกับการเล่นเกมส์
ผู้ชายบางคนมีสมาธิมากเวลาดูประกวดนางงาม

2. วิทามินบี
วิทามินบี เป็นส่วนช่วยในการทำงานของสมอง
เช่น วิทามินบี12 ช่วยให้เซลประสาทแข็งแรง, วิทามินบี6 ช่วยสร้างสารสื่อประสาท

ซึ่งแน่นอนทั้ง 2 อย่าง ไม่ได้มีผลช่วยให้เราฉลาดขึ้นแต่อย่างใดค่ะ
3. วิตามินรวม
กรณีนี้ก็คล้ายๆกับของวิทามินบีค่ะ
สิ่งที่วิทามินรวมช่วยได้มีเพียงกรณีเดียวคือ
การกินอาหารที่ไม่ครบหมู่ตามที่ร่างกายต้องการเท่านั้น
อาการอย่างอื่น เช่น เหนื่อย อ่อนเพลีย ฯลฯ วิทามินไม่มีส่วนช่วยแต่อย่างไร

4. เลซิธิน
เลซิธิน เป็นส่วนประกอบสำคัญในสมอง
เชื่อกันว่าการกินแล้วจะไปช่วยเสริมสร้างสมองเราได้

แต่จากการทดลองแล้ว ไม่พบว่ามันมีส่วนช่วยแต่อย่างใด
(ไม่งั้นคนที่กินสมองบ่อยๆ ก็จะเก่งมากๆสิ)

ถึงแม้เลซิธินอาจจะมีประโยชน์ในเรื่องหัวใจและหลอดเลือด
แต่ไม่ได้มีประโยชน์ในเรื่องความจำและสมองแต่อย่างใดค่ะ

5. แปะก้วย/กิงโกะ
ตัวนี้เป็นเพียงตัวเดียวในทั้งหมดที่มีความน่าเชื่อถือว่าจะใช้ได้จริงๆค่ะ
แต่มีข้อแม้ว่า คุณจะต้องเป็นโรค Alzeimer's เท่านั้น
และการใช้แปะก้วย ก็จะช่วยแค่ไม่ให้ความจำแย่ลงเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้มีความจำดีขึ้น

นอกจากนี้ การใช้แปะก้วยที่จะให้ได้ผลเรื่องนี้ ต้องใช้สารสกัดจากใบค่ะ
คนที่กินเม็ดแปะก้วย จะไม่ได้ประโยชน์อะไรในเรื่องนี้เลย

6. น้ำมันปลา + Omega-3
ในการสร้างเซลสมอง ร่างกายจำเป้นที่จะต้องใช้ไขมัน 2 ชนิด
คือ Omega-3 และ DHA ซึ่งเราพบมากในน้ำมันปลา (และในอาหารอื่นๆอีกหลายชนิด)
แล้วเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของ DHA เพื่อสร้างเซลสมองต่อไป

ซึ่งกระบวนการสร้างเซลสมองนี้ เกิดขึ้นในช่วงเด็กทารกจนถึงอายุประมาณ 5 ขวบ
ดังนั้นคนที่อายุมากกว่านี้ กินไปก็ไม่ได้ช่วยพัฒนาสมองได้
(อาจจะได้ประโยชน์ในเรื่องของช่วยลดอาการไขมันในเลือดสูง)

ถึงแม้ว่าในอาหารเด็กหลายยี่ห้อ จะมีการผสมน้ำมันปลาลงไปด้วยเพื่อช่วยในจุดนี้
แต่จากการศึกษาแล้วพบว่าน้ำมันปลามีส่วนช่วยเรื่องความจำได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น
ไม่ได้ช่วยก่อให้เกิดเด็กที่ฉลาดกว่าปกติแต่อย่างใด และยังเคยมีคนออกมาเตือนว่า
ไม่ควรให้เด็กกินน้ำมันปลา เพราะอาจจะได้รับสารพิษตกค้างที่มากับปลาในปริมาณสูง
(ในผู้ใหญ่จะสามารถกำจัดสารพิษออกไปได้ดีกว่าในเด็ก)

สรุป
ในปัจจุบัน ยังไม่พบว่ามีอาหาร/สารอาหารตัวไหนที่มีฤทธิ์ช่วยให้คนเรา
มีความจำได้มากขึ้น หรือทำให้เก่งขึ้น ฉลาดขึ้น

กระบวนการที่จำทำให้คนเราเก่งขึ้นหรือฉลาดขึ้นนั้น ต้องทำโดยการฝึกค่ะ
ไม่ใช่ด้วยการกิน

ซึ่งวิธีการฝึกนั้น ก้มีหลากหลายวิธีที่จะช่วยให้ฉลาดขึ้นได้
ก็เลือกเอาวิธีที่คุณคิดว่าเหมาะกับตัวคุณได้มากที่สุดก็แล้วกันค่ะ
และที่แน่ๆ ที่คุณคิดว่า จ่ายเงินซื้อของพวกนี้มากินแล้ว คุณจะฉลาดขึ้น
แต่ขอให้รู้ไว้ว่าจริงๆแล้วคุณกำลังโง่ลงอย่างแน่นอนค่ะ

**เจอมาจ้ะ ช่วยเป็นข้อมูลได้บ้างนะคะ**

ที่มา: http://www.bloggang.com 

edit @ 23 Jul 2009 19:14:37 by Nupupies

edit @ 23 Jul 2009 19:15:13 by Nupupies

edit @ 23 Jul 2009 19:15:31 by Nupupies

edit @ 23 Jul 2009 20:04:16 by Nupupies

การทดสอบที่ 1

ให้สังเกตภาพที่เห็นนั้นมันหมุนไปทางไหน ตามเข็มนาฬิกา หรือ ทวนเข็มนาฬิกา ให้ใช้การตัดสินใจแรกเลยนะ อย่าเปลี่ยนใจ  เพราะภาพที่เห็นมันจะมองได้สองแบบจริงๆ แล้วแต่ว่าใครถนัดสมองซีกไหน

(คลิกที่รูปภาพเพื่อ link เข้าไปดูภาพเคลื่อนไหว) http://nawaporn.wordpress.com

 0107_1

*** ภาพนี้เป็นภาพที่ใช้ในการทดสอบทางการแพทย์ จริงๆ ***

สรุปผลการมองเห็น

- ถ้าเห็นนักเต้นคนนี้หมุนตามเข็มนาฬิกาแสดงว่าคุณเป็นคนพึ่งสมองด้านขวา (มีความคิดสร้างสรรค์) – ศิลป์

- แต่ถ้านักเต้นหมุนทวนเข็มนาฬิกาล่ะก็แสดงว่าคนเป็นคนสมองซ้าย (เป็นคนคิดมีเหตุมีผล) – วิทย์

การทดสอบที่ 2

ทดสอบสมองซีกขวา

หาหัวคนในภาพข้างล่างนี้ในเวลาเท่าที่คุณสามารถจะทำได้ (แต่ให้เร็วที่สุด-จับเวลาด้วย) ห้ามโกงเด็ดขาด เพราะนี่คือ การทดสอบว่าสมองข้างขวาของคุณ ผิดปกติ หรือไม่

ที่สำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง คุณจะต้องค้นหาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น จนกว่าจะเจอ คุณเจอเมื่อไหร่ การทดสอบเป็นอันจบเมื่อนั้น

0107_2

เราจะเริ่มโดยการจับเวลาตามการทดลองทางการแพทย์ เพื่อทายผลดังนี้

1.) หากคุณสามารถค้นหาได้ภาย ในเวลา 25 วินาที นั่นแสดงว่า คุณเป็นคนที่มีสมองข้างขวาดีกว่าคนปกติ

2.) หากคุณสามารถค้นหาได้ภาย ในเวลา 1 นาที นั่นแสดงว่าสมองของคุณพัฒนาตามปกติ

3.) หากคุณสามารถค้นหาได้ ในเวลา 1-3 นาที นั่นแสดงว่าสมองข้างขวาของคุณมีปฏิกิริยาช้า คุณควรกินโปรตีนให้มากขึ้นกว่าเดิม

4.) แต่ถ้าหากคุณค้นหาเจอเกินกว่า 3 นาที นั่นแสดงว่า สมองของคุณแย่มากๆ และมีปฏิกิริยาตอบ สนองช้ามากๆ ทางที่ดีคุณควรหัดดูการ์ตูนเสียบ้าง เผื่อจะได้พัฒนาสมอง ข้างขวาขึ้นบ้าง

ข้อมูลเพิ่มเติม

สมองซีกขวาทำหน้าที่ได้ดีในด้านต่อไปนี้

1. การมองอะไรที่เป็นมิติ และช่องว่างบนพื้นผิว (Spatial)
2.การเข้าใจภาษาง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อน
3.การรับรู้ลวดลายทางด้านศิลปะ การแสดงละครบนเวที
4. ความคิดสร้างสรรค์
5. การมีอารมณ์ขัน
6. การรับรู้เกี่ยวกับการสัมผัส
7. ความคิดเชิงนามธรรม
8. การใช้ภาษาท่าทางหรือภาษากาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราใช้เป็นประจำ เช่น การแสดงออกของสีหน้า
9. การจัดสภาพแวดล้อมให้กลมกลืน
10. การทำกิจกรรมหลายอย่างในเวลาเดียวกัน รวมถึงการฟังคน 2 คนพูดพร้อมกัน ทั้งที่ต่างพูดคนละแบบ

สมองซีกซ้ายทำหน้าที่ได้ดีในด้านต่อไปนี้

1.การแสดงออกทางด้านการพูด
2. การรับรู้ด้านภาษา
3. การใช้กล้ามเนื้อแขนขาและมือ
4. ความระมัดระวัง
5. การเรียนรู้โดยการจัดหมวดหมู่
6. การค้นหาความเหมือนกัน
7. การที่จะมีสติควบคุมตัวเองได้
8. การสร้างแนวคิดใหม่ๆ หรือความรู้ที่เกี่ยวกับแนวความคิด หรือความคิดรวบยอดที่เราเรียกว่าการวาง Concept
9. การวิเคราะห์เกี่ยวกับเวลา
10. การเรียนคณิตศาสตร์คำนวณ การเข้าใจจำนวน
11. การเขียน
12. การจำแนกซ้ายขวา
13. การจัดลำดับสิ่งของ

ขอบคุณที่มา: 108-1000เรื่อง วันที่ 7 มกราคม 2552 อักษรเจริญทัศน์ (อจท)

edit @ 23 Jul 2009 19:03:54 by Nupupies